
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา “ตะรุเตา” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายู แปลว่า มีอ่าวมาก ตะรุเตา เป็นอุทยานแห่งชาติ ที่อยู่ในทะเลอันดามัน บริเวณช่องแคบมะละกา มหาสมุทรอินเดีย ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ด้านใต้ของเขตอุทยานแห่งชาติ ห่างจากชายแดนไทย-มาเลเซีย เพียง 4.8 กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ในความใฝ่ฝันของนักท่องเที่ยวทั่วไป เนื่องจากเป็นจุดรวมของ ความงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ทั้งบนเกาะ และในน้ำ มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด ในน้ำก็งดงาม ด้วยกลุ่มปะการังหลากสี สวยสด จนเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วโลก ซึ่งประกอบด้วย เกาะน้อยใหญ่จำนวน 51 เกาะ รวมทั้งพื้นที่บนเกาะ และทะเลประมาณ 931,250 ไร่ หรือ 1,490 ตารางกิโลเมตร
พุทธศักราช 2479 มีการประกาศพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นโจรผู้ร้าย กรมราชทัณฑ์จึงหาสถานที่ที่มีภูมิประเทศเหมาะสม ซึ่งในที่สุดได้เลือกเกาะตะรุเตาและจัดตั้งขึ้นเป็นทัณฑสถาน โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2480 กลุ่มบุกเบิกของกรมราชทัณฑ์ ภายใต้การนำของขุนพิธานทัณฑทัย ได้ขึ้นสำรวจเกาะตะรุเตาบริเวณอ่าวตะโละอุดังและอ่าวตะโละวาว เพื่อจัดทำเป็น “ทัณฑสถาน” โดยฟันฝ่าอุปสรรคทางธรรมชาตินานัปการเป็นเวลา 11 เดือน งานบุกเบิกจึงสิ้นสุดลง หลังจากเดือนมิถุนายน 2481 เกาะตะรุเตาก็เป็นทัณฑสถานและเป็นนิคมฝึกอาชีพของนักโทษเด็ดขาด และนักโทษผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดินบนเกาะนี้ เพื่อประโยชน์แก่การราชทัณฑ์โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 56 หน้า 566 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2482 ปลายปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมืองจากคดี กบฏบวรเดช (พ.ศ.2476) และกบฏนายสิบ (พ.ศ.2478) จำนวน 70 นาย มายังเกาะตะรุเตาซึ่งถูกกักบริเวณไว้ที่อ่าวตะโละอุดัง
ทะเลตะรุเตายังบริสุทธิอยู่มาก ควรอยู่พักสัก 2 คืน บนอุทยานเองมีที่พักบังกะโลเรือนไม้ หรือเต็นท์ก็มีให้เข่า ผมเองก็เห็นมีอยู่หลายหลังเหมือนกัน ห้องน้ำนี้เพิ่งสร้างเสร็จครับปูกระเบื้องอย่างดี สะอาดครับรับรอง ผมเองก็ได้ใช้บริการมา ในที่ทำการอุทยานมีจัดโชว์ เรื่องราวต่างรวมทั้งประวัติเกาะ ผมเองดูแล้วไม่ค่อยน่าสนใจ ก็เลยเดินออกมา แถวชายหาดแลดูร่มรื่นน่านั่งพักผ่อนมากกว่า ในช่วงเช้า เราสามารถเช่าเรือหางยาวล่องคลองพันเตมะละกา ซึ่งสองข้างทางเป็นป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นอยู่ของนกและสัตว์น้ำป่าชายเลนหลายชนิด จากที่นี่ประมาณ 20 นาที ก็จะถึงถ้ำจระเข้ (คนที่อุทยานเล่าว่า ในอดีตมีจระเข้น้ำเค็มขนาดใหญ่ อาศัยอยู่ในถ้า แต่ปัจจุบันกลายเป็นกระเป๋าหนังไปแล้ว)) ในถ้ำมีสะพานไม้ให้พวกเราชมหินงอกหินย้อย และมีตะเกียงเจ้าพายุให้บริการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น